ยุคทองของคริปโตเคอร์เรนซีสร้างเศรษฐีหน้าใหม่มากมาย หลายคนเคยได้ยินเรื่องราวของคนที่รวยจากการเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้เพื่อขุดเหรียญดิจิทัล ภาพจำเหล่านั้นทำให้ผู้คนจำนวนมากใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของฟาร์มขุดบิทคอยน์ แต่ในโลกความเป็นจริงปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและกลไกของระบบบล็อกเชนมีความซับซ้อนมากขึ้น คำถามสำคัญที่นักลงทุนหน้าใหม่ต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนตัดสินใจควักกระเป๋าคือ ยุคนี้ยังเหมาะที่จะทุ่มเงินสร้างเหมืองคริปโตอยู่หรือไม่
ภาพรวมสั้นๆ สำหรับคนมีเวลาน้อย
ลงเม็ดเงินกับเครื่องขุดบิทคอยน์ในยุคปัจจุบันมีความท้าทายสูงมาก ผลกำไรไม่ได้หอมหวานเหมือนช่วงสิบปีที่แล้ว ปัจจัยหลักที่ต้องแบกรับคือต้นทุนค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น ราคาเครื่องขุดระดับอุตสาหกรรมที่แพงลิ่ว รวมไปถึงกลไกลดรางวัลหรือฮาล์ฟวิ่งที่เพิ่งผ่านพ้นไป หากไม่มีแหล่งพลังงานราคาถูกพิเศษหรือเงินทุนหมุนเวียนสายป่านยาว โอกาสคืนทุนอาจต้องใช้เวลานานและมีความเสี่ยงสูงมาก
ทำความเข้าใจต้นทุนและกำไรในโลกคริปโตยุคปัจจุบัน
กลไกเบื้องหลังบล็อกเชนถูกออกแบบมาให้มีความยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีคนเข้ามาแย่งกันประมวลผลธุรกรรมในเครือข่ายมากขึ้น ระบบจะปรับตัวให้สมการคณิตศาสตร์แก้ได้ยากขึ้นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้คอมพิวเตอร์ประกอบเองหรือการ์ดจอทั่วไปที่เคยใช้ได้ผลดีในอดีต กลายเป็นเศษเหล็กที่ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้อีกต่อไป นักลงทุนต้องพึ่งพาเครื่องขุดเฉพาะทางที่เรียกว่าเอสิคซึ่งมีราคาสูงมาก ตกรุ่นอย่างรวดเร็ว และยังปล่อยความร้อนออกมาในระดับที่ต้องมีระบบทำความเย็นแบบพิเศษเข้ามาช่วยจัดการ ซึ่งนั่นหมายถึงต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
ความท้าทายเรื่องพลังงานและค่าใช้จ่ายรายเดือน
จุดชี้วัดว่าเหมืองจะรอดหรือร่วงอยู่ที่ราคาค่าไฟฟ้าประจำเดือน เครื่องขุดเหล่านี้กินไฟมหาศาลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด ประเทศที่เป็นศูนย์กลางเหมืองคริปโตขนาดใหญ่ระดับโลกมักจะมีนโยบายสนับสนุนพลังงานทางเลือก พลังงานน้ำ หรือมีอัตราค่าพลังงานที่ถูกกว่าบ้านเราหลายสิบเท่า หากคำนวณต้นทุนค่าไฟในเกณฑ์ปกติของบ้านเรา กำไรที่ได้จากจำนวนเหรียญที่ขุดได้มักจะไม่ครอบคลุมรายจ่ายที่ต้องจ่ายให้การไฟฟ้า ทำให้ในช่วงตลาดหมีหรือช่วงที่ราคาเหรียญตกต่ำ หลายเหมืองในไทยต้องยอมหักใจปิดตัวลงและขายเครื่องทิ้งในราคาขาดทุน
ผลกระทบจากรอบวัฏจักรลดรางวัล
ระบบของบิทคอยน์มีกฎเกณฑ์ตายตัวเรื่องลดจำนวนเหรียญรางวัลลงครึ่งหนึ่งในทุกสี่ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อปรากฏการณ์ฮาล์ฟวิ่ง ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏการณ์นี้ทำให้รายได้ของนักขุดหายไปครึ่งหนึ่งทันทีในชั่วข้ามคืน แม้ว่าราคาเหรียญในตลาดอาจจะปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกอุปสงค์และอุปทานในอนาคต แต่นั่นเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนและไม่มีใครสามารถคาดเดาจุดสูงสุดได้ ผู้ที่ต้องการลงทุนขุดเหรียญต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสายป่านยาวพอที่จะทนรับภาวะขาดทุนชั่วคราวในช่วงที่ตลาดกำลังปรับฐาน และต้องรอจนกว่าราคาเหรียญจะพุ่งทะยานจนคุ้มค่าเหนื่อย
ทางเลือกอื่นสำหรับนักลงทุนคริปโต
เมื่อเปรียบเทียบความเสี่ยงและผลตอบแทน หลายคนหันไปใช้วิธีซื้อเหรียญเก็บไว้โดยตรงหรือเทรดทำกำไรในตลาดซื้อขาย ซึ่งตัดปัญหาจุกจิกเรื่องดูแลรักษาเครื่องจักร ค่าไฟฟ้า และความร้อนสะสมในพื้นที่ หรือบางส่วนอาจเลือกลงทุนในบริษัทที่ทำเหมืองขุดระดับโลกผ่านตลาดหุ้นแทน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เงินทุนเริ่มต้นน้อยกว่าและกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่ามาก
บทสรุปเนื้อหาลงทุนเหมืองคริปโตยุคนี้
วงการขุดเหรียญดิจิทัลได้เปลี่ยนผ่านจากงานอดิเรกที่ทำได้ที่บ้าน สู่สมรภูมิรบระดับอุตสาหกรรมที่ต้องขับเคี่ยวกันด้วยต้นทุนพลังงานและประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ เปิดเหมืองบิทคอยน์แห่งใหม่ในปัจจุบันไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่รวดเร็วและง่ายดายอีกต่อไป เหมาะสำหรับผู้เล่นรายใหญ่ที่มีแหล่งไฟฟ้าต้นทุนต่ำและมีทุนหนาพอที่จะอัปเกรดเครื่องขุดรุ่นใหม่ได้ตลอดเวลา สำหรับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป หาช่องทางทำกำไรแบบอื่นในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากว่ามาก

